ตับ รักษาไว้ให้ดี

ตับ รักษาไว้ให้ดี

ตับ รักษาไว้ให้ดี

จั่วหัวเรื่องไว้อย่างนั้นอย่าเพิ่งงงกัน เพราะแค่จะเลียนสุภาษิตฝรั่งที่ว่า The river has no return เป็นการเล่นคำเฉยๆ หลังจากที่เห็นคนรอบข้างไปเข้าคอร์ส ล้างพิษตับ จึงเกิดความคิดที่จะเขียนเรื่องการดูแลอวัยวะภายในที่มีขนาดใหญ่ สุดในร่างกายชิ้นนี้บ้าง นอกจากหัวใจแล้ว ตับเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักที่สุด   ในร่างกาย ภาระของตับมีมากมายตั้งแต่ควบคุมการทำงานของไต สร้างน้ำดีเพื่อ  ย่อยไขมัน สร้างสารที่จำเป็นในการทำให้เลือดแข็งตัว กักเก็บพลังงานส่วนเกิน  สร้างวิตามินเอ สร้างธาตุเหล็ก สร้างโปรตีน สร้างไขมัน และขจัดพิษออกจากร่างกาย แต่หลายคนนอกจากไม่ทะนุถนอมมันแล้ว ยังทำร้ายมันด้วยวิธีการ   ต่างๆ นานา ผลก็คือ เซลล์ตับได้รับความเสียหาย การจะเรียกสุขภาพตับที่ดี   กลับคืนมา บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

          แนวคิดในการล้างพิษตับเกิดขึ้นเนื่องจากคนในปัจจุบันเผชิญกับสารพิษ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ จากอาหารการกิน จากสารเคมี   ที่ใช้ภายในบ้าน จากแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มกาเฟอีน และจากบรรดายารักษา โรคที่รับประทานเข้าไป สิ่งเหล่านี้สามารถตกค้างในร่างกายได้ จึงทำให้เกิด ไอเดียว่าน่าจะดี ถ้าเราได้ช่วยร่างกายขจัดพิษออกไปบ้างเพื่อทำให้สุขภาพแข็งแรง 1

          ด้วยเหตุที่กระแสการล้างพิษกำลังได้รับความนิยม จึงมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ การล้างพิษออกวางจำหน่าย ส่วนใหญ่จะในรูปอาหารเสริม ทั้งแบบเม็ด แคปซูล น้ำ และเครื่องดื่มสมุนไพรหรือชาต่างๆ รวมไปถึงการให้บริการคอร์สล้างพิษตับ  3 วัน 5 วัน 7 วัน โดยใช้หลักการคล้ายๆ กันคือ ให้ดื่มน้ำด่างเพื่อปรับสมดุล กินน้ำมันมะกอกเพื่อขับนิ่ว และให้งดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ บางที่ถึงกับให้อดอาหาและรับประทานผัก ผลไม้ น้ำผลไม้แทนตามแนวคิดที่ว่าการอดอาหารเป็นการ ล้างพิษอย่างหนึ่ง ใครสะดวกแบบไหนก็เลือกตามสบาย ทำแล้วเห็นผลไหม ก็ขึ้น อยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปเข้าคอร์ส ไม่อยากเสีย  เงินแพงๆ ซื้อสินค้าเกี่ยวกับการล้างพิษที่โฆษณาตามสื่อต่างๆ มาใช้ ก็ยังพอมีวิธี  ที่จะดูแลตับตัวเองด้วยวิธีการที่ไม่ยากหากตั้งใจและมีวินัยจริงๆ

          การดีท็อกซ์ตับด้วยตัวเองเริ่มที่ข้อแรก “หลีกเลี่ยงการรับพิษทั้งหลาย” ทั้ง ที่มาจากอากาศ เช่น หมอก ควัน ไอน้ำมัน กลิ่นสี กลิ่นกาว กลิ่นยาทาเล็บ และน้ำยาล้างเล็บ ละอองสเปรย์ ละอองน้ำหอม และมาจากอาหาร/เครื่องดื่ม อาทิ แอลกอฮอล์ สารกันบูด สีผสมอาหาร ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยที่ตกค้างในผัก สารโลหะหนักในปลาทะเลบางชนิด และน้ำดื่มที่ปนเปื้อน นอกจากการรับพิษโดยการสูด  เข้าทางลมหายใจ และการรับประทานเข้าไปแล้ว พิษยังสามารถดูดซึมเข้าทาง  ผิวหนังซึ่งเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดของร่างกายอีกด้วย ดังนั้น หากเป็นไปได้พยายามเลือกผลิตภัณฑ์ประทินผิวที่เป็นออร์แกนิกและปราศจากสารกันบูดที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียม และที่ไม่ควรลืม คือ บรรดาสนามแม่เหล็กจากอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ สัญญาณไว-ไฟ อุปกรณ์ไร้สายทั้งหลาย ควรให้อยู่ห่างจากร่างกายไม่ต่ำกว่า 2.5 เมตรขณะนอนหลับ

          การถนอมตับข้อที่สองคือ “เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน” ด้วยการลดละอาหาร แปรรูป อาหารที่ทำจากแป้งขัดขาว และอาหารที่มีน้ำตาลสูง หลีกเลี่ยงการอุ่น อาหารด้วยไมโครเวฟ หรืออาหารที่ปรุงสุกเกินพอดี (Over Cook) เพราะจะทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง คนที่ชอบรับประทานอาหารนอกบ้าน อาจเปลี่ยนมา ปรุงอาหารเอง วิธีนี้ทำให้เราสรรหาวัตถุดิบดีๆ เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ปลอดสาร พิษหรือ GMO (ไม่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม) น้ำมันพืชและเครื่องปรุงรสคุณภาพ ดีมาใช้ประกอบอาหาร ต่างจากการรับประทานอาหารนอกบ้านที่เราไม่อาจรู้ว่าคนขายระดมใส่ผงชูรสหรือสิ่งแปลกปลอมอะไรให้เราทานบ้าง ที่สำคัญ จำกัด  การดื่มแอลกอฮอล์เพื่อไม่ให้ตับทำงานหนักเกินไป

          ข้อที่สามคือ “เลือกอาหารที่ช่วยซ่อมแซมตับ” คนที่ชมชอบการบริโภคเนื้อ สัตว์มากกว่าผักผลไม้อาจทำใจลำบากเพราะอาหารที่จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในตับ คือ ผลไม้สดและผักที่ไม่ผ่านการทำให้สุก โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม และผลไม้หลากสีสันที่อุดมด้วยเอนไซม์ วิตามิน และสารอาหารที่ทีประโยชน์  เช่น อาร์จินีนที่พบในอาหารประเภทถั่วฝักและถั่วเมล็ดแห้งจะช่วยตับขจัดแอมโมเนีย (ของเสียจากการเมตาบอลิซึมอาหารประเภทโปรตีน) รวมถึงสาร อาหารอื่นๆที่ช่วยแบ่งเบาภาระตับ อาทิ วิตามินเคที่พบในผักใบเขียว สารต้านอนุมูลอิสระในแครอท ขึ้นช่ายฝรั่ง แอปเปิ้ล ลูกแพร์ กีวี ผลไม้รสเปรี้ยวทั้งหลาย กรดไขมันจากปลาทะเล กรดอะมิโนชนิดมีไธโอนีน รวมไปถึงสารประกอบกำมะถัน จากธรรมชาติที่พบในหัวหอมกระเทียมต้นหอมดอกกะหล่ำบร็อคโคลีและกะหล่ำปลี 1

          ข้อสุดท้าย “ใช้สมุนไพรเข้าช่วย” สมุนไพรบำรุงตับมีมากมายหลายชนิด  ที่ได้รับความนิยมก็เช่น เห็ดหลินจือ ขมิ้นชัน อาร์ติโชก (Artichoke) ซึ่งเป็นผัก ชนิดหนึ่งที่นอกจากนำมาปรุงอาหารแล้วยังทำเป็นชาได้ด้วย และแดนดีไลท์(Dandelion) เป็นสมุนไพรที่ขึ้นชื่อที่สุดในเรื่องของการดูแลตับ แดนดีไลน์ประกอบ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง มีเบต้าแคโรทีนสูงมาก สรรพคุณของพืชชนิด นี้คือช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ตับ และการหลั่งน้ำดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่แน่ใจว่าในไทยหาซื้อได้ที่ไหน แต่ที่ออสเตรเลีย ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปมีขาย ส่วนใหญ่อยู่ในรูปชาที่ใช้ชงดื่ม คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ คนที่มีโรคประจำตัวต้องรับประทานยาปริมาณมาก หรือผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องฉายแสง ผู้ให้คำ ปรึกษาด้านสุขภาพตาม Health Clinic ในเมืองนอกมักแนะนำให้ดื่มชาแดนดี  ไลน์นี่แหละ          

หากรักสุขภาพ อยากมีตับแข็งแรง ก็ลองปฏิบัติตาม 4 ข้อที่ว่านี้ดู ว่าแล้วก็ ขอตัวไปจิบชาเห็ดหลินจือก่อนนะคะ

อาหารเสริม

COPYRIGHT©2019 CHUBBYSWAN ALL RIGHTS RESERVED. Design by JOY

Please Share